2005/Sep/29

หงส์กินเชลซีไม่ลง,ราอูลซัดตุงที่ 50 ชุดขาวหวิว,มิลานเจ๊า,ปอร์โต้พ่าย
โดย ผู้จัดการออนไลน์29 กันยายน 2548 03:45 น.
เดอะค็อปพยายามใช้เสียงเชียร์ให้เป็นประโยชน์
"หงส์แดง" ลิเวอร์พูล เปิดเกมบดใส่อาคันตุกะ เชลซี อย่างหนักแต่สุดท้ายเจ๊ากันไป 0-0 ด้าน ราอูล กอนซาเลซ กลายเป็นดาวซัลโวสูงสุดตลอดการของฟุตบอลยุโรปหลังซัดประตูที่ 50 แซงหน้า อัลเฟรโด้ ดิ สเตฟาโน่ ในเกมที่ รีล มาดริด เฉือน โอลิมเปียกอส หวุดหวิด 2-1 ส่วน เอซี มิลาน บุกไปเจ๊า ชาลเก้ 04 สุดมัน 2-2 แต่ว่า ปอร์โต้ แชมป์เก่าเมื่อ 2 ปีที่กลับพ่ายคารัง 2-3 ในศึก ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก

ลิเวอร์พูล (อังกฤษ) 0 - 0 เชลซี (อังกฤษ)

ศึก ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบแบ่งกลุ่มๆ จี นัดสอง เป็นศึกสายเลือดของ อังกฤษ "หงส์แดง" ลิเวอร์พูล เปิดรัง แอนฟิลด์ ต้อนรับ "สิงโตน้ำเงินคราม" เชลซี เจ้าถิ่นส่ง ปีเตอร์ เคร้าช์ เป็นหอกตัวเป้าโดยฉีก ฌิบริล ซิสเซ่ ไปเล่นด้านขวาและให้ หลุยส์ การ์เซีย เดินเกมด้านซ้ายส่วนทีมเยือนมาแบบชุดใหญ่ฟูลทีม

เกมยังไม่มีจังหวะหวาดเสียวแต่ว่ามีใบเหลืองแล้วในนาทีที่ 7 เมื่อ อลอนโซ่ เสียบอลถูก เอสเซียง ฉกไปได้เลยไปดึงเสื้อและจากฟรีคิกจังหวะนี้ แลมพาร์ด ยิงบอลตกลงพื้นแต่ว่า เรน่า ล้มตัวปัดออกไปได้อย่างหวุดหวิด

รูปเกมค่อนข้างเร็วและคู่คี่สูสีผ่านไป 20 นาทีเป็น ลิเวอร์พูล ที่ดูเหนือกว่าเล็กน้อยและมีลุ้นยิงจาก เจอร์ราร์ด แต่ว่าข้ามคานออกไปนอกจากนั้นยังพยายามใช้ความสูงของ เคร้าช์ ให้เป็นประโยชน์คอยโหม่งชงส่วน เชลซี ก็หาจังหวะสวนกลับแต่ต่อบอลยังไม่แม่นยำพอ มีลุ้นยิงจาก แลมพาร์ด เช่นกันแต่ก็ไม่ตรงกรอบ

จากนั้นนาทีที่ 25 มาเกเลเล่ ของ เชลซี โดนใบเหลืองบ้างเมื่อเข้าบอลพรวดถูก เจอร์ราร์ด หมุนพลิกบอลหนีไปได้เลยไปเสียบเข้าแบบเต็มๆ

โอกาสใกล้เคียงที่สุดที่จะขึ้นนำของ เชลซี เกิดขึ้นในนาทีที่ 33 เมื่อ ร็อบเบน หลุดขึ้นมาทางด้านขวาก่อนโยกหนี ฮูเปีย ให้เข้าเท้าซ้ายข้างถนัดก่อนยิงยัดแสกหน้าทันทีบอลพุ่งวาบเข้ากรอบแต่ว่า เรน่า เหินปัดออกหลังไปได้

เคร้าช์ ลากบอลหนี แฟร์ไรร่า
แม้จะมีโอกาสลุ้นประตูแต่ว่าทั้งสองทีมยังไม่เด็ดขาดในจังหวะสุดท้ายครบ 45 นาที ลิเวอร์พูล ยังเสมอกับ เชลซี 0-0

เกมในช่วงครึ่งหลังผ่านไป 10 นาทีเป็น ลิเวอร์พูล ที่บุกได้น้ำได้เนื้อกว่าโดยเฉพาะจังหวะที่ การ์เซีย หลุดเข้าไปแต่ว่าช้าไปก้าวเดียวจึงถูก เช็ก ทุบออกมาได้ส่วน เชลซี ก็มีลุ้นจากจังหวะที่ แฟร์ไรร่า เปิดจากขวาให้ ดร็อบกา โหม่งแต่โหนเกินไปบอลข้ามคานออกหลัง

ช่วงนาทีที่ 60 เชลซี มีผู้เล่นโดนใบเหลืองสองคนไล่ๆ กันทั้ง ร็อบเบน และ แลมพาร์ด เกมของ เชลซี เป็นรองเจ้าถิ่น ลิเวอร์พูล อย่างเห็นได้ชัดทำให้ในนาทีที่ 65 ต้องส่ง ฌอน ไรท์-ฟิลลิปส์ ลงแทน ร็อบเบน ที่เล่นไม่ออก

ลิเวอร์พูล เกือบพลาดง่ายๆ เมื่อทั้ง ฮูเปีย และ คาร์ราเกอร์ ไม่เข้าใจกันบอลปลิ้นเกือบไปเข้าทาง ดัฟฟ์ ดีที่ เรน่า ตามไปปัดเอาไว้ได้ จากนั้นนาทีที่ 75 เชลซี มีการเปลี่ยนตัวอีกส่งกองหน้าตัวเป้าลงมาอีกคนคือ เฮอร์นัน เครสโป แทนที่ตัวปั้นเกมอย่าง ดัฟฟ์

เจ้าถิ่นเปลี่ยนตัวบ้างในาทีที่ 78 โดยส่ง ฟลอร็องต์ ซินาม่า ปงโกลล์ ลงมาแทน ซิสเซ่

ลิเวอร์พูล ยังเดินหน้าบี้ เชลซี อย่างหนักนาทีที่ 83 ปงโกลล์ หลุดถึงเส้นหลังด้านขวาก่อนผ่านเข้ากลางจะถึง การ์เซีย แต่ แฟร์ไรร่า สกัดออกไปได้ก่อนบอลไปถึง อลอนโซ่ ที่ยิงไกลแต่ไม่ผ่านมือ เช็ก

เชลซี เปลี่ยนตัวนาทีที่ 90 ส่ง โรเบิร์ต ฮูธ ลงมาแทน ดร็อกบา หมดเวลาการแข่งขัน ลิเวอร์พูล กิน เชลซี ไม่ลงเจ๊ากันไป 0-0 มี 4 คะแนนเท่ากัน

รายชื่อผู้เล่นทั้งสองทีม

ลิเวอร์พูล - โฮเซ่ เรน่า, เจมี่ คาร์ราเกอร์, สตีฟ ฟินแนน, ซามี่ ฮูเปีย, ฌิมี่ ตราโอเร่, ซาบี้ อลอนโซ่, ดีทมาร์ ฮามันน์, สตีเว่นเ จอร์ราร์ด, หลุยส์ การ์เซีย, ปีเตอร์ เคร้าช์, ฌิบริล ซิสเซ่
เชลซี - ปีเตอร์ เช็ก, วิลเลี่ยม กัลล่าส์, เปาโล แฟร์ไรร่า, จอห์น เทอร์รี่, ริคาร์โด้ คาวัลโญ่, โคล้ด มาเกเลเล่, มิคาเอล เอสเซียง, แฟร้งค์ แลมพาร์ด, อาร์เยน ร็อบเบน, เดเมี่ยน ดัฟฟ์, ดิดิเย่ร์ ดร็อกบา

สรุปผลการแข่งขันฟุตบอล ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบแบ่งกลุ่ม นัดสอง วันพุธที่ 28 ก.ย. 2548

กลุ่ม อี
เฟเนร์บาห์เช่ (ตุรกี) ชนะ พีเอสวี ไอนด์โฮเฟ่น (ฮอลแลนด์) 3-0 (อเล็กซ์ 1-0 จุดโทษนาที 40), (อเล็กซ์ 2-0 นาที 68), (สเตฟาน อัปเปียห์ 3-0 นาที 90)
ชาลเก้ 04 (เยอรมัน) เสมอ เอซี มิลาน (อิตาลี) 2-2 (คลาเรนซ์ เซดอร์ฟ 0-1 นาที 1), (โซเรน ลาร์เซ่น 1-1 นาที 3), (อังเดร เชฟเชนโก้ 1-2 นาที 59), (ฮามิด อัลตินท็อป 2-2 นาที 70)

กลุ่ม เอฟ
รีล มาดริด (สเปน) ชนะ โอลิมเปียกอส (กรีซ) 2-1 (ราอูล กอนซาเลซ 1-0 นาที 9), (แพนเตลิส คาเฟส 1-1 นาที 48), (โรแบร์โต้ โซลดาโด้ 2-1 นาที 86)
โรเซนบอร์ก (นอร์เวย์) แพ้ โอลิมปิก ลียง (ฝรั่งเศส) 0-1 (คริส 0-1 นาที 45)

กลุ่ม จี
อันเดอร์เลชท์ (เบลเยี่ยม) แพ้ รีล เบติส (สเปน) 0-1 (ริคาร์โด้ โอลิเวียร่า 0-1 นาที 69)
ลิเวอร์พูล (อังกฤษ) เสมอ เชลซี (อังกฤษ) 0-0

กลุ่ม เอช
เอฟซี ปอร์โต้ (โปรตุเกส) แพ้ อาร์ตมีเดีย (สโลวาเกีย) 2-3 (หลุยส์ กอนซาเลซ 1-0 นาที 32), (คันญ่า 2-0 นาที 39), (ปีเตอร์ เปตราส 2-1 นาที 45), (แยน โคแซค 2-2 นาที 54), (บาลาซ์ส บอร์เบลี่ย์ 2-3 นาที 74)
อินเตอร์ มิลาน (อิตาลี) ชนะ กลาสโกว์ เรนเจอร์ส (สกอตแลนด์) 1-0 (ดาวิด ปิซาร์โร่ 1-0 นาที 49)

ข่าวอื่นๆ ในหมวด
ซิเมายังเซ็งเหยี่ยวลิสบอนโชคร้ายเจอผีหักปีก
คาร์ร่าร่วมโวยหงส์ต้องได้จุดโทษ
มูรินโญ่พอใจได้หนึ่งแต้มกลับบ้าน
เบนิเตซชี้หงส์น่าชนะเชลซี เผยสุดเซ็งที่ไม่ได้จุดโทษ
มูรินโญ่เห็นด้วยเทคโนโลยีช่วยลดความผิดพลาดเกมลูกหนัง

2005/Sep/26

ซิเมาประกาศเหยี่ยวลิสบอนพร้อมจิกผีหมดสภาพ
โดย ผู้จัดการออนไลน์26 กันยายน 2548 15:41 น.
ซิเมา บาโบรซ่า ปีกตัวเก่งทีมชาติโปรตุเกส พร้อมนำพลพรรค เหยี่ยวลิสบอน เบนฟิก้า บุกมาจิก ผีแดง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ในสภาพมิสู้ดีถึงเมืองผู้ดี ในศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก นัดสองของรอบแบ่งกลุ่ม คืนวันอังคารนี้

ซิเมา ไม่กลัวผี
เบนฟิก้า มีคิวบุกไปทำศึกกับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด ซึ่ง ซิเมา บาโบรซ่า คิดว่าทีมของตนมีโอกาสเก็บสามคะแนนเช่นกัน เนื่องจาก ผีแดง อยู่ในช่วงขาลง อีกทั้งผู้เล่นตัวหลักๆ หลายคนหมดสิทธิลงสนามในนัดนี้

ซิเมา เผย แม้ชื่อชั้นของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด จะน่าเกรงขาม แต่พวกเขาแสดงให้เห็นว่าตอนนี้เราไม่จำเป็นต้องเกรงกลัวเลย ตอนนี้ทีมดังจากอังกฤษ ตกอยู่ในสภาพกดดันอย่างหนัก เราจะอาศัยความผิดพลาดในเกมรับของพวกเขาเข้าทำ

เอ็ดวิน ฟาน เดอร์ ซาร์ ถือเป็นนายทวารฝีมือดี แต่ระยะหลังๆ เขาผิดพลาดค่อนข้างบ่อย และการที่แมนฯ ยูไนเต็ด ไม่มีนักเตะอย่าง รอย คีน , กาเบรียล ไฮน์เซ่ รวมถึง เวย์น รูนี่ย์ จึงไม่มีเหตุผลใดที่เราจะไม่สามารถเก็บชัยเหนือพวกเขาได้ ปีกโปรตุกีส เผยปิดท้าย

สำหรับ เบนฟิก้า ลงสนามนัดแรกประเดิมเก็บสามแต้มไปแล้วด้วยการเฉือนชนะ ลีลล์ จากฝรั่งเศส 1-0 ส่วน แมนฯ ยูไนเต็ด มีอยู่หนึ่งคะแนน จากการบุกไปเสมอ บียาร์รีล ที่สเปน 0-0

2005/Sep/23

ไล่"วู้ดเกต"ชุดขาวยังรวมใจคัมแบ็กพิชิตบิลเบา
โดย ผู้จัดการออนไลน์23 กันยายน 2548 04:56 น.
ราชันชุดขาว รีล มาดริด คืนฟอร์มเก่งอีกครั้ง เปิดบ้านพลิกกลับมาพิชิต แอธเลติก บิลเบา ไปได้ 3-1 ทั้งๆ ที่เหลือผู้เล่นในสนามเพียงแค่ 10 คน จากการที่ โจนาธาน วู้ดเกต โดนใบเหลือง-แดง ไล่ออกจากสนามในศึกฟุตบอล ลา ลีกา สเปน

ฟุตบอล ลา ลีกา สเปน
รีล มาดริด 3-1 แอธเลติก บิลเบา

วันแดร์เล่ ลุกชอมบูร์โก้ เจอความกดดันอย่างหนักหลังพา รีล มาดริด แพ้รวดมา 3 นัดติดต่อกัน และเกมนัดนี้ก็มีปัญหาในการจัดทัพพอสมควรเนื่องจากนักเตะตัวหลักๆ ทั้ง อีบัน เอลเกร่า , เซอร์จิโอ รามอส รวมถึง ฮูลิโอ บัปติสต้า ไม่สามารถลงสนามได้ แต่ก็ได้ โจนาธาน วู้ดเกต กลับมาเล่นครั้งแรกในรอบปีกว่า ส่วน โธมัส กราเวอเซ่น ก็ได้กลับมาช่วยแดนกลางเช่นกัน

ด้านทีมเยือนกุนซือ โฮเซ่ หลุยส์ เมนดิลิบาร์ ไม่มีปัญหามากนักแต่ก็มีการสลับเปลี่ยนตัวผู้เล่นโดยดร็อป อันโดนี่ อิราโอล่า ตัวรุกทางกราบขวา พร้อมกับ เฟอร์นานโด ยอเรนเต้ ศูนย์หน้าดาวรุ่งจอมโขกไว้ที่ม้านั่งสำรอง และใช้ โฮเซบา เอ็ตเซเบร์เรีย คอยป่วนแดนหน้าแทน

วู้ดเกต(นอน) ทำเข้าประตูตัวเองก่อนโดนไล่ออก


เริ่มเกมขึ้นมา รีล มาดริด พยายามครองเกมบุกให้ได้ช่วงต้น โรบินโญ่ ได้ลองสับไกลจากนอกกรอบเขตโทษแต่บอลพุ่งเฉี่ยวเสาไกลออกไปไม่ห่าง ผ่านช่วง 15 นาทีแรก เจ้าถิ่นได้โอกาสอีกครั้ง โรนัลโด้ ได้แตะยิงด้วยขวาแต่บอลก็ยังไม่ตรงกรอบอีก

เกมเดินทางมาถึงนาทีที่ 25 แฟนๆ ชุดขาวพากันโห่ใส่ทีมตัวเองเป็นการใหญ่เพราะเสียประตูให้ แอธ.บิลเบา ไปแล้ว 0-1 จากจังหวะที่ เอ็ตเซเบร์เรีย กระหน่ำยิงด้วยขวา วู้ดเกต พยายามโหม่งเคลียร์แต่บอลกลับพุ่งเข้าประตูตัวเอง หมดสิทธิที่ คาซิยาส จะปัดป้องไว้ได้

พอเสียประตู รีล มาดริด เดินเกมบุกเป็นการใหญ่ เบ็คแฮม ได้เปิดจากขวาให้ราอูล โหนโหม่งแต่บอลไปตกตาข่ายด้านบน ราอูล ได้โอกาสอีกครั้งเห็น อารานซูเบีย ออกมานอกเส้นมากเกินไป เลยชิพกะเข้าประตูไปเลยจากเกือบครึ่งสนาม แต่นายทวารทีมเยือนกลับไปปัดทิ้งไปได้

ช่วงท้ายกลับกลายเป็นแอธ.บิลเบา ที่เกือบได้ประตูถึงสามหนจาก ติโก้ ล้วนๆ แต่บอลเฉียดเสาหรือไม่ก็ คาซิยาส เซฟเอาไว้ได้หมด จบ 45 นาทีแรก รีล มาดริด เจอกับสถานการณ์ลำบากอีกครั้ง

โรบินโญ่ ซัดประตูแรกสำเร็จ
เปิดฉากครึ่งหลัง ลุกชอมบูร์โก้ ไม่เสียเวลาแก้เกมทันทีส่ง กูเตียเรซ กูตี ลงมาเสริมเกมบุกพร้อมกับถอด กราเวอเซ่น ที่เป็นตัวรับออกไป และหลังจากบี้อยู่พักหนึ่งในที่สุด รีล มาดริด ก็มาตีเสมอ 1-1 สำเร็จ จากจังหวะที่ เบ็คแฮม เปิดฟรีคิกให้ โรบินโญ่ โขกซุกตาข่ายในนาทีที่ 52

หนึ่งชั่วโมงพอดี เจ้าบ้านน่าจะได้ประตูขึ้นนำยิ่งเมื่อ โรบินโญ่ แตะต่อเร็วให้ โรนัลโด้ หลุดเดี่ยวเข้าไปยิงแต่ อารานซูเบีย รู้ทันปัดทิ้งไปได้ แต่อีกห้านาทีถัดมา รีล มาดริด พลิกขึ้นนำ 2-1 จนได้เมื่อ กูตี แทงทะลุให้โรนัลโด้ ไหลเข้ากลางให้ราอูล วิ่งเข้ามาแปด้วยขวาเน้นๆ เสียบตาข่าย

แต่สถานการณ์ของเจ้าบ้านกลับพลิกผันอีกครั้งเมื่อ วู้ดเกต ไปดักจังหวะหลุดของ เอ็ตเซเบร์เรีย ทำให้ผู้ตัดสินควักใบเหลือง-แดงไล่กองหลังชาวอังกฤษ ออกจากสนามไป อย่างไรก็ตาม กลายเป็นแฟนๆ ชุดขาวได้เฮอีกคำรบขึ้นนำ 3-1 เมื่อ ราอูล โขกเช็ดลูกเตะมุมของเบ็คส์ มุดตาข่าย ในนาทีที่ 68

สิบนาทีสุดท้าย แอธ.บิลเบา เกือบจะได้ประตูตีตื้นเมื่อ ยอเรนเต้ ซึ่งลงมาเป็นตัวสำรองได้โหม่งกลางประตูบอลผ่านมือ คาซิยาส ไปแล้วแต่ไปกระแทกคานออกมาอีก ช่วงท้าย ติโก้ ได้ยิงเต็มๆ แต่นายทวารเจ้าบ้านเซฟได้อีก ครบ 90 นาที รีล มาดริด รักษาสกอร์เอาไว้ได้พร้อมกับเก็บสามคะแนนเข้ากระเป๋าไป

จากชัยชนะนัดนี้ทำให้ รีล มาดริด กระโดดจากอันดับ 18 ขึ้นไปรั้งที่6 ของตาราง มีอยู่ 6 คะแนน จากการลงสนาม 4 นัด ตามหลังจ่าฝูง เซลต้า บีโก้ แค่สามแต้มเท่านั้น และก็ทำให้สถานการณ์ของ ลุกชอมบูร์โก้ ผ่อนคลายไปได้พอสมควร ส่วนแอธ.บิลเบา มีอยู่ 4 คะแนน รั้งอันดับ 15 ของตาราง

รายชื่อ 11 ผู้เล่นตัวจริงของทั้งสองทีม
รีล มาดริด : อีเคร์ คาซิยาส , มิเชล ซัลกาโด้ , ฟรานซิสโก้ ปาบอน , โจนาธาน วู้ดเกต , โรแบร์โต้ คาร์ลอส , โธมัส กราเวอเซ่น , พาโบล การ์เซีย , เดวิด เบ็คแฮม , ราอูล กอนซาเรซ , โรบินโญ่ , โรนัลโด้

แอธ.บิลเบา : ดาเนียล อารานซูเบีย , อูไน เอ็กโปซิโต้ , หลุยส์ ปรีเอโต้ , เฮซุส ลาครูซ , ฮาเบียร์ กาซาส , ปาโบล ออร์บาอิซ , อีบอน กูเตียเรซ , คาร์ลอส กูเปร์กี , โรเบอร์โต้ ติโก้ , ฟรานซิสโก้ เยสเต้ , โฮเซบา เอ็ตเซเบร์เรีย